nOinAH's profilesOmetHings in minE minD ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
May 05 กฎธรรมชาติของโลกนี้โลกนี้มีกฎง่าย ๆ อยู่หลายข้อที่เป็นสัจธรรม
แต่ไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้ 100 % ซักข้อ
หรือเคยทำได้แล้วก็จะลืมไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว
เพราะฉะนั้น มนุษย์จีงมีชีวิตอยู่แบบ"เหนื่อย"
และเป็น "เหนื่อย" ที่ไม่จบไม่สิ้น
เพราะเราไม่ยอม "วาง" มันลงเอง
วันเกิดปีนี้ ... ชีวิตเราจะต้องดีขึ้น
แค่พอรู้สึกว่าอะไร ๆ จะดีขี้น
ทุกอย่างก็กำลังจะดีขึ้นจริง ๆ
เพราะเราเลิกคาดหวัง
เลิกเป็นทุกข์กับชีวิตคนอื่น
กลับมาดูตัวเองจริง ๆ จัง ๆ
แล้วก็ค้นพบว่า แม้ว่าเราจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายสำหรับใครหลาย ๆ คน
แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังคิดถึงเราเป็นอันดับต้น ๆ อยู่เสมอ
และเมื่อไม่เหลือใคร คนกลุ่มนี้ก็จะอยู่กับเรา
... ครอบครัวและเพื่อนDude ... นั่นเอง
April 30 LuV u tOo*จะมีใครรักเราแบบไม่มีเงื่อนไขเท่าคนในครอบครัวเราอีกมั๊ย ??
คนที่โทรมาถูกเวลา เหมือนกับรู้ว่าเรากำลังเผชิญปัญหาบางอย่างอยู่
กับคำถามสั้น ๆ ที่ว่า "เป็นไง สบายดีมั๊ย"
ไม่ใช่โทรมาเพราะมีปัญหา มีคำถาม มีธุระ ต้องการความช่วยเหลือ
หรือมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง
ตรงกันข้าม เค้าไม่เคยต้องการให้เราทำอะไรตอบแทน
ซึ่งโทรศัพท์แบบนั้น วัน ๆ มีมากมาย
โดยหารู้ไม่ว่าความเคยชินแบบนี้ทำให้สังคมขาดความอบอุ่น
ถ้าวันนี้ เราตัดสินใจออกไปเที่ยว
ก็อาจจะไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่แม่โทรมา
แล้วปัญหาที่กำลังเผชิญก็จะไม่ดูเล็กลงไปถนัดตาแบบที่มันเป็นอยู่ตอนนี้
จริง ๆ แม่ไม่ได้ทำอะไรเลย
แค่แม่ถามว่า เป็นยังไง สบายดีมั๊ย
โลกทั้งใบที่เราแบกอยู่ มันก็เบาลงในพริบตา
เหมือนกับหลาย ๆ ครั้ง ที่หลายปัญหาดูใหญ่โต
หลายคนน่าหงุดหงิดใจ หลายเรื่องดูวุ่นวาย น่ารำคาญใจ
แต่โกลู้ก็ทำให้มันดูเป็นเรื่องธรรมดาไปได้
จากคำแนะนำสั้น ๆ แต่เป็นสัจธรรม
หรือแม้แต่ คำทักทายจากน้อง ๆ ว่า "เป็นไง ยุ่งอีกแล้วเด่ะ"
ก็ทำให้เราหยุดคิดได้ว่า เราเหนื่อยเกินไปรึเปล่า ขนาดน้องยังรู้
ทำให้เรากลับมาทบทวนตัวเองอยู่บ่อย ๆ
และพยายามใช้ชีวิตอย่างมีค่า
เพื่อจะได้กลับไปอยู่กับคนที่เรารัก
หลายคนบอกว่าเราโชคดี มีทุกอย่างที่คน ๆ นึงควรจะมี
แต่เราคิดว่าเราไม่ได้โชคดีเพราะเรา "มี"
เราโชคดีเพราะเห็นค่าในสิ่งที่เรามีต่างหาก
และเราก็ขอเป็นคนโชคดีแบบนี้ตลอดไปด้วย
April 28 i wanna be back to ...ขณะนี้มนุษย์ทุกคนกำลังวางแผนไปเที่ยวกันแล้น
เหลือแต่ "น้อยหน่าบ้างาน" ที่ยังมีภาระมากมายต้องทำ
เฮ้อ .......................................
อยากกลับไปเป็นเด็กจัง เด็กทับแก้ว เด็กฮั่นหยู่ปาน
เด็กราชบุรี เด็กบ้านนอก ... เด็กอะไรก็ได้
ทำตัวเหมือนว่างมากมั๊ย??
มานั่งอัพเสปซนี่ ......
นี่แหละ ข้อดีของการทำงาน
ทำให้เราเริ่มหาเวลาเพี่อพักผ่อน
เริ่มรู้จักให้รางวัลตัวเอง
และที่สำคัญ... เริ่มมองเห็นคุณค่าในตัวเอง
April 27 Long time no C*กรี๊ดดดด ...
ไม่ได้มาอัพเสปซนานมาก
ไปเล่น hi5 มาซะนาน
และแล้วเมืองจีนก็Block hi5 ซะงั้น
น้อยหน่าก็เลยไม่มีที่ระบาย ห้าห้า
หายไปกว่าครึ่งปีเลยกับ space
ไม่มีอะไร แค่ช่วงนี้เรียนรู้ชีวิตเยอะ
ทั้งจากชีวิตตัวเองและชีวิตคนอื่น
บางทีก็รู้สึกเหนื่อย แต่ทุกอย่างก็คุ้มค่า
บางคนอาจจะไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ
แต่ก็ไม่เป็นไร เราจะทำอะไรที่เราสบายใจ
ดูเป็นคนดีเนอะ ..............ห้าห้า
แต่ก็ยังมี mode นอย เสียใจ ผิดหวัง
หงุดหงิด เหงา คิดมาก อยู่ดีแหละ
แต่เราก็รู้ทันมัน แล้วก็"ช่างมัน"ซะ
ไม่รู้ชีวิตจะต้อง "ช่างมัน" อีกซักกี่เรื่อง
แต่ก็นั่นแหละ "ช่างมัน"เหอะ
......................................................
อ่อ .. ใช่ ตอนนี้ใกล้จบป.โทละ
ถึงมันจะคนละอารมณ์กะที่ทับแก้ว
แต่ก็มีอะไรดี ๆ เยอะแยะให้เก็บไว้เป็น"ความทรงจำ"
คิดแล้วตลก ... แต่ก่อนตอนจะเข้าป.โทที่นี่
เรายังมีเขียน ๆ ๆ ทุกอย่างลงในเสปซ
ไม่ว่าจะเครียด กังวล ว่าจะเข้าไม่ได้
พอเข้าได้ก็มาบ่นว่าเรียนยาก
อยู่ไปนาน ๆ ก็เบื่อ อยากกลับบ้าน
และอีกมากมาย ....................
แต่ตอนนี้เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
ไม่รู้จะอะไร ยังไง ที่ไหน เมื่อไหร่
เพราะมีคำถามกับชีวิตมากมาย
แถมอาการมองไปทางไหนก็เห็นภาพเก่า ๆ ก็มีแว๊บ ๆ
แต่ ... ต้องเตือนตัวเองอยู่ตลอดว่า
"ไม่มีอะไรคงอยู่เสมอไป" ตามเพลงพี่บอยเลย
อีกอย่าง ชีวิตที่นี่ คนที่นี่ .....
และทุก ๆ อย่างที่นี่ไม่เหมือนกับที่ ๆ เราเคยอยู่
เพราะฉะนั้น อย่าไปอะไรกับมันมาก
ตัวเราจะได้ไม่ต้องทุกข์มาก ... จบ
October 30 สวัสดีชาวโลกสวัสดีชาวโลก ไม่ได้มาอัพในนี้นานสามชาติเศษ
เนื่องจากก่อนหน้านี้มีของเล่นใหม่ ไฮไฟว์นั่นเอง
ประกอบกับ เข้าฮอตเมลล์ไม่ได้แล้ว
วันนี้ฤกษ์งามยามดี อัพกันหน่อยก็แล้วกัน
กลับมาปักกิ่งรอบนี้ ได้เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่างมากมาย
จนคิดว่า ชีวิตนี้มันยังอะไรที่ไม่คาด ไม่คิด
ไม่อยากเจอ แต่ต้องเจออีกมั๊ย
แต่ถ้าคิดแบบนางสาวคิดบวก
ก็จะคิดว่า ก็ดี ... ฝึกความอดทนกันไป
แต่ต้องเตือนตัวเองเรื่อย ๆ ว่า
อย่าอ่อนไหว อ่อนแอ แล้วเปลี่ยนตัวเองไป
บางครั้งก็รู้สึกว่าไม่เคยทำอะไรแล้วเสียเปล่า
มากกว่าการทำอะไรให้กับที่นี่
แต่พอแปลงร่างเป็นนางสาวคิดบวก
ก็จะคิดได้ว่า เออ เอาเหอะ ใครรับได้ก็รับ ไม่ได้ก็ช่าง
เราก็เป็นเราต่อไป อย่าเปลี่ยนตัวเองไปเพราะใคร
ไม่คิดว่าเป็น"คน"มันจะเหนื่อยขนาดนี้
แต่ก็ดันเกิดมาเป็น"คน"แล้วนิ ก็ต้องเป็นมันต่อไป
ว่าแล้ว คุณผู้หญิงคิดบวก ช่วยอยู่ด้วยกันนาน ๆ นะคะ
............................................................................................
ต่อมา ... อยากกลับบ้านอ่ะ
ไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่า
อยากกลับไปชาร์ตแบต
(ทำไมเทอมนี้แบตหมดเร็วจังน้อ)
อยากกลับไปงานคณะ
อยากกลับดูให้แน่ใจว่า
ที่เดิม ... ที่เราเคยใช้ชีวิตอยู่
มันยังมีอยู่จริง(รึป่าว)
August 15 เอ้า ...อัพเดท ๆเวลาผ่านไปรวดเร็วมั่ก กลับมาได้เดือนนึงละ
ตอนนี้เลื่อนตั๋วเครื่องบินไปเป็นต้นเดือนหน้าแล้น
เนื่องจาก อยากไปงานรับปริญญาเพื่อนโบ
และอยากพักกาย พักใจต่อไปอีกนาน ๆ
แต่ก็ยืดได้แค่สองอาทิตย์เท่านั้น เฮ้อ ...
ช่วงนี้ก็ยัง still วนเวียนอยู่แถวนี้
ไปที่เก่า ๆ ซ้ำ ๆ แต่สุขใจ
วันอาทิตย์ ไปอัมพวามาอีกแล้น
ครั้งนี้ ได้เดินมุมเด็กแนวแล้ว ช๊อบบบ ชอบ ...
มีร้านเปิดใหม่ ให้ถ่ายโปสการ์ดด้วย
สามคนพี่น้องเลยถ่ายซะเต็มเฟรมเลย
แล้วก็ได้ส่งโปสการ์ดที่ร้านกาญจนาพานิช
ไปยั่วมนุษย์ไม่ได้กลับบ้านที่ปักกิ่งด้วย อิอิ
แล้ววันนี้ก็ไปทับแก้วอีกแล้ว
พาน้อง ๆ ไปกินเวียดนาม เฮ้าส์
จัดว่า อร่อยดี แต่ยังสู้สารพัดอาหารลาว ไม่ได้
(ช่วงเน้ไม่รู้เป็นไร อยากกินตับหวาน ต้มแซ่บทุกวันเลย)
แต่กินไปเม้าท์ไป อาหารก็อร่อยไปเอง
วันนี้เดินตลาดนัด ได้เสื้อมาตัว
ต่างหูสองคู่ สร้อยสองเส้น
โอ้ แม่เจ้านี่มันตลาดนัด หรือ ซอยละลายทรัพย์ว้า ..
แต่สร้อยเส้นที่ถูกใจสุดก็นี่เลย
สร้อย i love Silpakorn ร้านพี่เด๋อ
แถมพี่แกใจดี๊ใจดี ให้ราคาพิเศษเลย
ขอบคุณค้าบ ..... พี่
เดี๋ยวนี้ ของขายเกี่ยวกับมหาลัยมีมากมาย
ไม่เหมือนสมัยเรา มีแค่เสื้อ สมุด กางเกงเล
แต่เดี๋ยวนี้มี acessories น่ารัก ๆ เพียบ
ดีจิง ๆ อย่างนี้ต้องกลับไปอัพเดททุกเทอม
ตอนนี้เกิดอาการหวาดหวั่นกับอนาคต
เพราะอีกปีเดียวก็เรียนจบแล้ว
มีงานทำมั๊ย เงินเดือนจะพอใช้ป่าว
แล้วจะต้องไปอยู่ไหน อะไรยังไง
โอ๊ย ... รายละเอียด ยิบย่อยมากมาย
หลายคนบอกว่า "คิดไรมากวะ"
อยากบอกว่า "คิดมากเด่ะวะ"
เพราะไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ
มันควรจะดูแลตัวเองและคนอื่น ๆ ได้แล้ว
บอกแล้ว เป็นผู้ใหญ่มันยากงี้แหละ เฮ้อ ..
August 07 ชีวิต (วุ่น ๆ ) ของ นู๋กลับมาอีกครั้ง ในระยะเวลาอันสั้น
ช่างแตกต่างจากแต่ก่อน ที่อัพเดือนละครั้งได้
ก็ช่วงนี้มันว่างหนิ เลยอัพ ๆ ๆ ๆ ๆ หน่อย
ถือเป็นการเก็บรายละเอียดชีวิตไปในตัวด้วย
ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่อัพไป ชีวิตก็เดินทางตลอดเวลา
เริ่มจาก วันเสาร์ ไปหาหมอธัยรอยด์ประจำเทอม
แล้วก็มาพบเพื่อน ๆ ที่ท่าพระจันทร์
อันนี้แอบรู้สึกผิดหวะ ขอโทษเพื่อน ๆ ณ.ที่นี้ด้วย
ที่เราเป็นคนอยากกินส้มตำ แต่ไปไม่ทัน
แล้วพวกแก(ที่ไม่มีใครอยากกิน) ก็ต้องกินซะงั้น
แต่รู้สึกดีมากมาย ที่ได้เจอกันอีกหนะ
แล้วชั้นก็เพิ่งรู้ว่า มาครบเลย (ที่ยังอยู่ในไทย)
คิดถึงพวกแกมั่ก ๆ เลยหวะ
เออ .... รูปอยู่กะใครเอามาให้หมดด้วย ไม่งั้นแช่ง ฮ่า ๆ
ต่อมา ... วันอาทิตย์ไปอัมพวา เวอร์ชั่นรีบเร่ง
เพราะคุณน้องแตงโมยังทำการบ้านไม่เสร็จ
เลยนั่งเรือแล้วก็รีบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เดิน
มุมเด็กแนวของเราเลยได้แค่มอง
แต่ไม่ไร ได้ไปเที่ยวก็โอ ... หมดอ่ะ
เป็นเด็กมีปัญหา ขาดการท่องเที่ยวมานานแสนนาน
แต่เสียดาย น้อง ๆ ไปกันไม่ครบ
และต่อมา ... เมื่อวาน ก็ไป ม. มา
กะไปขอใบปริญญาภาษาอังกฤษ
แต่ไม่รู้ว่าต้องเอาสำเนาใบจิงไป
ไม่เป็นไร ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปอีกรอบ
เพราะมีนัดกับ อ.หลิวและเพื่อน ๆ เอกจีนไว้
(เพื่อน ๆ เอกจีน คือ เพื่อนในแก๊งค์ที่อยู่เอกจีน ฮ่า ๆ )
และเมื่อวานก็ได้เจอเจน ไปถ่ายรูปกะเจน
แล้วก็กินบาบิคิว พลาซ่าด้วย ยังอร่อยเหมือนเดิม
ขอบคุณเจนนะ ที่ไปเป็นเพื่อนเรา
ถ้าเราไปคนเดียว คงน้ำตาไหลตั้งแต่เลี้ยวรถเข้า ม.แล้วหวะ
อ่อ ... เมื่อวานเจอพี่ชิ ก็นั่งเป็นคนแก่รำลึกความหลัง
แล้วก็ค้นพบว่า พวกคนทำกิจกรรมอย่างพวกเรา
มันไปไหนได้ไม่ไกลคณะ ไม่ไกลมหาลัยจิง ๆ
จำได้ว่าเคยอ่านหนังสือเฟรชชี่รุ่นเราอยู่ปีหนึ่งมั้ง
มีพี่คนนึงเขียนไว้ว่า เค้าเป็นโรคติดทับแก้ว
และเพื่อนแนะนำให้ไปเมืองนอก
แต่ข้าน้อยขอยืนยัน นั่งยัน และ นอนยันว่า ...
การไปเมืองนอก ทำให้อยากกลับม.มากขึ้น อีกล้านเท่า
แล้ว ... จากการไปดูดวงมาเมื่อวันเสาร์
คุณหมอดูก็บอกว่า เรียนจบเราต้องย้ายประเทศอีกแล้น
ในใจคิด ... จะให้ไปไหนอีกฟระ ...
อยากอยู่เป็นที่เป็นทางซักทีเหอะ
แต่ชีวิตมันขีดมาครึ่ง เราเลือกอีกครึ่ง
ถึงตอนนั้น เราอาจจะเลือกเดินตามทางที่"เค้า"ขีดมาก็ได้
ถ้าทางเดินนั้นมันดีกับตัวเราและหลาย ๆ ฝ่าย
ลุ้นกันต่อไป ... อนาคต คือ อนาคต*
August 03 ชีวิตของนู๋ (อีกครั้ง)กลับมาอีกครั้ง ช่วงนี้วนไปวนมา ระหว่าง เสปซ Hi5 และ ได
อันหลังนี่ไม่ค่อยได้อัพเท่าไหร่ เพราะไม่มีใครไปอ่านเลย (งอน)
ฮ่า ๆ เอาเหอะ เพราะจิง ๆ ชีวิตก็ไม่มีอะไรจะอัพ
นอกจากอยู่บ้าน สบายใจ และ มีความสุขไปวัน ๆ
จิง ๆ แอบเบื่อ ... เพราะไม่มีอะไรทำ แต่อีกมุมก็สงบสุขดี
ไม่ต้องมีชีวิตเหมือนอยู่ในสงครามเหมือนตอนอยู่ปักกิ่ง
จะว่าไป ... เราก็นั่งถามตัวเองทุกวัน ว่าเราจะมีชีวิตแบบนั้นไปทำไม
แต่ก็นะ ... "เค้า" กำหนดมา บวก เราเลือกไปแล้วหนิ
ก็ ต้ อ ง เ ดิ น ไ ป ใ ห้ สุ ด ท า ง สิ ! ! ! ! ! ! ! ! ! !
สุดทางนี้แล้วค่อยว่ากัน แต่คาดว่ายังคงต้องออกรบอยู่ดี ฮ่า ๆ
อ่อ ช่วงนี้เจอเพื่อน ๆ และคนรู้จักโดยบังเอิญบ่อยมั่ก
เริ่มจาก เจอเอมี่ที่ Platinum เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว
ต่อมาวันจันทร์เจอแก๊งค์พี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่ปักกิ่ง
และวันนี้เจอไอม่อน (แป๋มเล็ก) ที่รถไฟฟ้า
ไม่ได้เจอแป๋มปีนึงพอดิบพิดี เพื่อนตูเหมือนเดิ๊ม
หมายถึงนิ้วสั้นเหมือนเดิม ฮ่า ๆ ล่อเล่นนนนน
แต่ที่แน่ ๆ จากกะตะโกนคุยกันข้ามรางรถไฟ
เพื่อนตูยังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว หรือ การพูดจา
เปลี่ยนไปแค่ มันแบกอุปกรณ์การทำงานมากมาย
ทำให้เรามาย้อนคิดว่า ชีวิตทำงานมันไม่ค่อยน่าสนุกเลย
แต่คนเราจะเรียนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ไม่ได้เนอะ
แต่...คิดถึงแกหวะแป๋ม ตอนตะโกนคุยยังไม่ค่อยรู้ตัว
แต่กลับมาบ้านแล้วนั่งคิดถึงตอนซ้อมเชียร์
มันเป็นอะไรที่ไม่เคยลืมหวะ แกยังเป็น"ประธาน"ของชั้นตลอดไปนะ
อ่อ ... คิดถึงเพื่อนเชียร์คนอื่น ๆ ด้วย เมื่อไหร่จะว่างตรงกันวะ
July 25 ชีวิตของนู๋ ...ไม่ได้อัพเสปซมานานชาติ
มีอะไรมากมายเกิดขึ้นกับชีวิต
เยอะเกิ๊นนนนนนนนนนน
จนงงว่า "ผ่านมาได้ไงวะ"
ช่วงชีวิตที่ผ่านมา ทำให้คิดว่า
โลกใบนี้ยังมีอะไรอีกแยะ
เคยคิดว่า เจออะไรมาเยอะพอแล้ว
มันก็ยังไม่พอ สำหรับทุกวันนี้
เคยคิดว่า เรามีความอดทนมากพอ
มันก็ยังไม่พอ สำหรับเรื่องใหม่ ๆ ที่ได้เจอ
เคยคิดว่า คนเราจะเลวร้ายได้แค่ไหน
มันก็เลวร้ายได้มากกว่าที่คิดอีกกกก
หลายครั้งที่คิดอยากกลับไปเป็นเด็ก
ไม่ต้องคิด ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
มีความสุขกับเรื่องง่าย ๆ เช่น
การได้เล่น ได้กินขนม ได้ดูการ์ตูน
ได้ตังค์ หรือ สอบได้เลขตัวเดียว
(สอบได้เลขตัวเดียว ก็โคตรดีใจแล้ว 55+ )
แต่ทำไมน้อง ยิ่งโต .. ความสุขยิ่งหายาก
ทำไม เราถึงไม่พอใจอะไรง่าย ๆ เหมือนเด็ก ๆ
ทำไม คนโต ๆ (แบบเรา) ต้องคิดมาก ต้องหยิ่ง
ต้อง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อีกหลายๆ อย่าง
คิดแล้วปวดหัว ................
ไม่แน่ กลับมาอัพครั้งหน้า ชีวิตอาจจะง่ายขึ้นก็ได้
เรื่องต่อมา .... เป็น ไ ข้ เ ลื อ ด อ อ ก ค้าบบบ
เพิ่งรู้ว่าไอโรคบ้านี่มัน(โคตร)ทรมาน
ตอนแรกก็ดื้อ คิดว่าเป็นหวัด เป็นเองหายเอง
แต่ผ่านไปสามวัน ไม่หายแฮะ
งานรับขวัญก็พลาดไปละ เลยยอมฉีดยา
โดยมีความหวังว่าจะไปไปวันซ้อมใหญ่
แต่แล้วก็ได้ไปฉีดยาอีกเข็มฉลองวันซ้อมใหญ่
ตอนเย็นเพื่อน ๆ ยกโขยงมาหาที่บ้าน
เลยรวบรวมกำลัง เพื่อนเหล่าดู๊ดดดด
วันอาทิตย์ ไอจิน กะ น้องหลีกลับเทานั้น
ส่งตัวเองเข้า ร.พ. เลยคับ ไม่ไหวแล้น
นอน ร.พ. สิริรวมได้ 4 วัน จนถึงวันนี้ โอ้เย้...
และอดไปงานรับปริญญาไม่ว่าจะเป็นวันไหน ๆ
เยี่ยม !!!!! กลับมา 2 อาทิตย์ 1 อาทิตย์นอนป่วย
เฮ้อ ...................................
June 03 เทศกาล[รับน้องใหม่]พรุ่งนี้อาจจะเป็นวันแรกของชีวิตนักศึกษาของใครหลาย ๆ คน ที่ .... ทับแก้ว
น้องใหม่จะรู้มั๊ยว่า มีคน ๆ นึงอยากกลับไปมีชีวิตเหมือนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นของน้อง ๆ
อยากจะกลับไปอยู่ทับแก้วและก้าวไปทีละก้าว(อย่างช้า ๆ )เหมือนที่เคยเป็นมาตลอดสี่ปี
อยากกลับไปเป็นน้องใหม่ที่ข้อมือมีด้ายสีขาวจากพิธีรับน้องใหม่เหมือนในวันนี้ของน้อง ๆ
จนไปถึงอยากเป็นคนหนึ่งที่ได้ร้องเพลงกลิ่นจัน Santa Lucia และเพลงรับขวัญในวันรับน้อง
ยังจำได้ว่า .... วันแรกที่ทับแก้ว เป็นไปด้วยความงงและไม่คุ้นเคยกับสถานที่ใหม่แห่งนั้น
ไม่เคยชินกับการต้องซื้อข้าวกินเองที่ยูเนี่ยน ไม่คุ้นเคยกับเพื่อนใหม่ ๆ ในคณะรวมไปถึงพี่ ๆ
แต่ก็น่าแปลกที่พี่ ๆ เจอเราแล้วต้องพูดเหมือน ๆ กันว่า "นี่เหรอน้องน้อยหน่า ที่พี่เขียนป้ายชื่อเสียไป 6 ใบ"
เพราะว่า ชื่อเรายาวเกินที่กระดาษแข็งขนาดกว้างไม่เกินสิบ 10 เซนติเมตรใบนึงจะเขียนได้
แต่ก็ขอบคุณพี่เต้มากค่ะ ที่เขียนชื่อหน่าจนสำเร็จ ให้หน่าได้มีป้ายชื่อไว้ใส่ตอนเข้าเชียร์ เข้าว๊ากรุ่นสุดท้าย...
จากวันที่มีคนทำป้ายชื่อให้ใส่เข้าทำกิจกรรม มีคนสอนร้องเพลงเชียร์ มีพี่มาว๊าก จนถึงวันที่เราก้าวไปเป็นพี่
ได้ทำกิจกรรมรับน้อง ได้เขียนป้ายชื่อให้น้อง(ด้วยลายมือธรรมดา ๆ ของเรา) ได้สอนเพลงเชียร์ให้น้องบ้าง
จากปีสอง .... ปีสาม ... จนมาถึงปีสี่ ... มีหลากหลายความรู้สึกเหลือเกินที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือได้
แต่เรายังยืนยันคำเดิมว่า "ดีใจและยังยิ้มได้ทุกครั้งที่ได้นึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ที่ทับแก้ว"
เหมือนไม่นานนี้เอง ที่ใช้ชีวิตนอนปูเสื่อเกลือกกลิ้งอยู่ที่สะพานข้ามดาวเวลาเหนื่อยจากการซ้อมเชียร์
โปรเจคเสียงริมสระแก้ว ตื่นไปวิ่งตอนหกโมงเช้าที่สนามบาส ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกินโกเด้งหลังซ้อมเชียร์
วันจันทร์ถึงวันพฤหัสสอนเพลงเชียร์ที่ลานตึก 50 ปี วันศุกร์และอาทิตย์ที่ลานทรงพล
นั่งเรียนที่ตึกกระทะ เลิกเรียนกลับหอบัว ฯ ตกดึกขี่มอไซค์ไปซื้อหมูเวล เดินตลาดนัดวันพุธ โอเดียนวันอาทิตย์
แบกดิกสามเล่มไปเรียนคาบแปล คิดหาเรื่องชวนเหล่าซือคุยเมื่อไม่อยากเรียน
ขายเสื้อหาเงินเข้าชมรม กรีดกระดาษทำโปสการ์ด(เพราะคิดว่ารูปที่ตัวเองถ่ายสวย)
จัดงานตรุษจีน จัดงานพี่เชียร์ ไปเที่ยวงานฝั่งนู้น(วังท่าพระ)เหมือนมีบัตรสะสมแต้ม
แล้วก็อะไรอีกมากมายหลายอย่างเหลือเกินที่เกิดขึ้นระหว่างที่เป็นนักศีกษาอยู่ที่ทับแก้ว ...
จนถึงวันนี้ คนที่ทับแก้วเพิ่มขึ้น ตึกเรียนที่คณะก็เพิ่มขึ้น ตามมาด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีอีกหลาย ๆ อย่าง
เพื่อนหลายคนบอกว่า "กลับไปก็ไม่เหมือนเดิม" ใช่ .... ทับแก้ววันนี้แตกต่างจากวันแรกที่เราก้าวเข้าไปมาก
แต่"ทับแก้ว"ยังสามารถเป็นสถานที่ที่ให้ความอบอุ่นและเติมพลังชีวิตให้เราได้เสมอทุกครั้งที่กลับไป
ยูเนี่ยน...แม้จะไม่มีสุกี้ไก่ตุ๋นกับเนสทีนมสดรสชาติเดิมแล้ว แต่ก็ยังให้เรานั่งทอดอารมณ์ได้นานเท่าที่ต้องการ
อีกไม่เกินสองเดือน เราจะได้กลับไปเยี่ยม "ทับแก้ว" ที่เราคิดถึงมาตลอดอีกครั้ง
ไม่ว่าทับแก้วในตอนนั้นจะเปลี่ยนไปยังไง แต่เรายังมั่นใจว่า .....
มันคงยังเป็นสถานที่ที่มีชีวิตและให้ชีวิตที่อยู่ในใจเรามาเสมอ ... เหมือนเดิม
May 28 update*ตั้งแต่ดู๊ดเตี้ยมาเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว
ก็ still* เป็นนาวสาวซุปเปอร์ busy มาตลอด
แถมเป็นช่วงเวลาที่คนนู้นไปคนนี้มา วุ่นวายไปหมด
ถ้าเป็นแต่ก่อนคงใจหายไม่น้อย
คงจะรับมือกับความรู้สึกแบบนี้ไม่ค่อยไหว
แต่เด่วนี้ แข็งแกร่งละ เห็นคนนู้นไปคนนี้มามากมาย
จนเริ่มชิน แต่ก็ยังใจหายเหมือนเดิมนะ
ไม่รู้ว่าการที่เราเปลี่ยนเป็นแบบนี้มันดีหรือไม่ดีกันแน่
เพราะ ... รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคน "เออ ช่างมัน"
"เออ ... ไม่เป็นไร" มากเกินไปหรือเปล่า
แต่ถ้าเป็นแบบแต่ก่อนก็ไม่ไหว เหนื่อย .... (ใจ)
ชีวิตทั่วไปช่วงนี้ ก็วุ่นวายดี outdoor ทุกวัน
เมื่อวานก็มีเซอร์ไพร์ส >> รีโอน่ามาปักกิ่ง
แถมคนที่รีโอน่าพามายังทำให้เราและพี่แพน
ได้สัมผัสกับชีวิต Hiso ไปหลายชั่วโมง
แต่ก็ได้ค้นพบว่า "เราไม่เหมาะกับชีวิตแบบนั้นแม้แต่น้อย"
กินไก่ย่างข้างทางตามประสาเรา สบาย ๆ ดีกว่า
และช่วงนี้ก็เป็นช่วงใกล้หมดเทอม เรื่องอื่นก็เลยใกล้หมดเวลาไปด้วย
เช่น สัญญาบ้าน สัญญาเนต และอีกหลาย ๆ อย่าง
แต่ปิดเทอมรอบนี้ ไม่รู้จะกลับเมืองไทยวันไหนดี
ความรู้สึกมันไม่เหมือนเทอมที่แล้วแล้ว
ที่ปิดปุ๊บ กลับปั๊บ .... ทนรอไม่ได้อีกแม้แต่วันเดียว
เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้
คำตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ คือ เรากำลังเจริญรอยตามคนที่มาอยู่นี่นานเกินไป
เพราะคนเราอยู่ที่ไหนมันก็ชิน ชีวิตเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ไปตามนั้น
กลับไปสังคมเดิมก็ต้องปรับตัวใหม่ เปลี่ยนเรื่องคุยใหม่
ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีก พอเริ่ม ๆ ชิน ต้องกลับมาอีกละ (ไรว้า...)
เลยเริ่มรู้สึกเหนื่อยที่ต้องปรับไปปรับมา เฮ้อ ... ชีวิต
แต่ยังไงก็กลับไปแหละ เพราะยังไงก็บ้านเรานิ ^o^
May 17 [ยาจีน]สวัสดีชาวโลก นานมากมายที่ไม่ได้มาอัพ
เปิดเข้ามาหลายครั้ง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง
เหมือนมีเรื่องมากมายอยากเล่า
แต่ในทางกลับกันก็เหมือนไม่มีอะไรเลย ...
ช่วงที่ผ่านมา ผ่านวิกฤติชีวิตกับการกินยาจีน
เป็นคนจีนจะครบสูตรแล้วจิง ๆ นะเนี่ย
(เหลือแต่ยังไม่ได้ขาก ....... ถุ๊ย)
สาเหตุที่ต้องกินยาจีน เพราะขี้โมโหมากเกินไป
เลยคิดมาก เลยปวดท้องปางตายแบบนั้น
อันนี้คุณหมอย้ำมา พร้อมกับให้ยามา 21 ถุง
เป็นของขวัญวันเกิดกันเลย (เพราะไปหาวันเกิดพอดี)
สรรพคุณของยาจีนคือ .... ขม(อมเปรี้ยว)จนน้ำตาไหล
ทำให้กินอะไรก็ไม่อร่อย เป็นการดีในการลดความอ้วน
แต่ก็ไม่ได้ผอมลงเล๊ย .... เพราะพอกินได้แล้ว ก็กิน ๆ ๆ ๆ
แต่ก็ดี ... เป็นประสบการณ์แปลก ๆ อีกแบบ
สิบวันที่ตัวมีแต่กลิ่นยาจีน อึ๋ย ..... คิดแล้วยังสยอง
.....................................................................
ชีวิตด้านอื่นก็ไม่มีอะไร เพราะไม่ได้ไปไหน
ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ ........
แต่ก็มีกิจกรรมทำทุกวันนะ แค่ไม่ได้ไปไหนไกลแค่นั้น
อยู่ที่นี่มาจะปีครึ่งก็ต้องเป็นแบบนี้แหละเนอะ
เริ่มไม่มีอะไรแปลกใหม่ละ .......
ตอนนี้ก็รออย่างเดียว รอดู๊ดเตี้ยมาหา
พูดได้คำเดียวว่า ........ ดีใจจัง ^o^
April 27 สั้น ๆ .... "คิดถึงนะ"วันหยุดแล้วเหมือนจะดีเลย
แต่ยังไง ทำไม ไม่รู้ ......
"คิดถึงเมืองไทย"
คิดถึงที่บ้าน คิดถึงเพื่อน ๆ
คิดถึงทับแก้ว........
ถึงจะรู้ว่ากลับไป ก็ไม่ค่อยได้เจอเพื่อน
แต่อย่างน้อยก็ไปนั่งคิดอะไรเพลิน ๆ ที่ยูเนี่ยนได้
ถึงปีที่ผ่านมา(และต่อไปในอนาคต)
จะต้องนั่งที่ยูเนี่ยนคนเดียวอยู่บ่อย ๆ
แต่ก็รู้สึกอุ่นใจ เหมือนมีคนอยู่ใกล้ ๆ
อย่างน้อยก็ยังมีภาพดี ๆ ของเมื่อก่อน
ให้ คิ ด ถึ ง แ ล ะ ยิ้ ม * ได้
ที่สำคัญเรายังหาสถานที่แบบนั้นไม่เจอที่นี่
ไม่แน่ว่า สถานที่แบบเดียวกับยูเนี่ยน
หรือคนแบบเดียวกับ ตาล ปุ้ม สุ นุ่น จิน เจน
แป้ง เอมี่ มะเหมี่ยว แอม เจ้ กั๊ป และเพื่อนเชียร์ทุกคน
อาจจะมีอีกที่นี่ ... เมื่อเราจากที่นี่ไปแล้ว
เพราะแต่ละช่วงชีวิต มักจะมีความทรงจำที่แตกต่างกัน
คนที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิตก็ต่างกันไป
อยู่ที่ว่าเราจะเลือกจำสิ่งไหนมากกว่า
p.S. dudE เตี้ย .... กุรอการมาของมึงอยู่นะ กุไม่เคยคิดเลยว่า
ในชีวิตกุจะอยากเจอเพื่อนคนไหนซักคนก็ได้มากได้ขนาดนี้
แล้วกุก็ดีใจมากขึ้นไปอีก ที่คนนั้นจะเป็นมึง
(แต่มาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเว๊ย จิง ๆ อย่าซีเรียส)
dudE ไก่ .... แสตนด์บายมือถือไว้นะ ไม่งั้นอาจจะมีคนคิดมากจนบ้าตาย
เพราะโทรหาแกไม่ติด (ถ้าเป็นผู้ชายหน้าตาดีพูดแบบนี้ แกคงดีใจจนบินได้เลย)
แล้วก็ขอบใจมาก .... ที่แกฟังชั้น แล้วก็คงต้องฟังอย่างนี้ไปอีกเรื่อย ๆ
เพราะเพื่อนแกกลายเป็นเด็กมีปัญหาไปแล้วเรียบร้อย ฮ่า ๆ
ตาล .... แกก็ยังฟังชั้นทุกที เหมือนเมื่อก่อนตั้งแต่ตอนอยู่ราชินีเลย
อยากย้อนกลับไปตอนนั้นเนอะ แกได้มานอนคุยที่เตียงชั้นเลย
ไม่ต้องมาคุยผ่านเอ็มเหมือนตอนนี้ คิดถึงแกหวะ
น้องนุ่น .... วันนี้รู้สึกดีมากมาย ตอนที่นุ่นบอกว่า กำลังคิดถึงเราอยู่พอดี
หรือที่นุ่นบอกว่า เก็บตังค์ได้แล้ว จะได้มาหาเราแล้ว
เราก็คิดถึงนุ่นเหมือนกัน ติดโทรศัพท์ที่คอนโดได้แล้วนะ ฮ่า ๆ
เพื่อน ๆ คนอื่น .... ไม่มีไรมาก แค่อยากบอกว่า คิดถึงพวกแกหวะ
April 21 ........ห่างหายกันไปนานหลังจากเปิดกิจการร้านอาหารไทย
วันแรกดูดีไปได้สวย แต่เหนื่อยมากมาย ประสาทเสียด้วย
ส่วนวันต่อ ๆ มาก็เรื่อย ๆ ไม่เหนื่อย แต่ก็ยังประสาทเสียอยู่ดี
จนถึงวันนี้ ทำมาได้เกือบสองอาทิตย์ ก็ขอหยุดพักก่อนคับ
เนื่องจาก ......... ประสาทเสียอย่างแรง
ต้นเหตุของอาการนี้มีหลายอย่าง เช่น เหนื่อย เครียด
แต่หลัก ๆ คือ .... ไม่ได้ออกไปไหน อันนี้เป็นสาเหตุสำคัญมาก
เพราะฉะนั้น มันเลยทำให้เราเข้าใจอย่างแท้จิงว่า
ทำไมพนักงานจึงต้องมีวันหยุดและวันหยุดมันสำคัญแค่ไหน
อีกอย่างที่เข้าใจตัวเองได้ดีมากขึ้นคือ ชีวิตทุกวันนี้สบายแค่ไหน
ถึงจะเบื่อในบางเวลา เพราะรู้สึกว่า มันไร้สาระเหลือเกิน
แต่ตอนนี้อยากได้ชีวิตแบบนั้นกลับมา
แต่เชื่อเหอะ ล้านเปอร์เซนต์เลย ว่าอยู่อย่างนี้ได้ไม่นานหรอก
เด่วเราก็หาเรื่องทำอะไรซักอย่างอีกจนได้ ฮ่า ๆ
ส่วนเปอร์เซนต์ที่จะกลับมาทำอาหารใหม่อีกรอบมีมากเกินครึ่ง
เพราะลงทุนไปเยอะอยู่ ต้องทำให้คุ้ม ๆ กว่านี้หน่อย
แต่ที่สำคัญคือ อยากทำให้สมกับ[กำลังใจและความช่วยเหลือ]ที่หลาย ๆ คนให้มา
ขอบคุณกันซักล้านรอบก็คงยังไม่พอ ...... แต่ก็ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ๆ ๆ ๆ เลยค่ะ April 03 วันที่ท้องฟ้าปักกิ่งสดใส ... (แต่ใจขมุกขมัว)คำเตือน : ควรรีบหาถุงมารองรับของเหลวที่จะออกจากปาก หลังจากอ่าน Title วันนี้
(ไม่ว่าจะเป็นน้ำลาย ที่จะ "ถุ๊ย" หรืออะไรก็ตาม)
แล้วก็วนเวียนกลับมาอัพอีกแล้วคับ
เนื่องจากขี้เกียจทำงานที่มันคั่งค้างอยู่
และอีกอย่างก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร
จะดูหนัง ก็นะ ... เด่วติดลม ไม่ดี ๆ ๆ
จะเล่นกีต้าร์ (ตอนนี้?) อากงข้างบ้านคงเคือง
นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วแหละ
นอกจากทำงานที่มีอยู่กับนั่งอู้แบบนี้
เลือกไม่ยากเลยค่ะแบบนี้ "นั่งอู้" ดีที่สุด
ตอนนี้รู้สึกไงไม่รุ งง ๆ ตัวเอง
จิง ๆ มีกิจกรรมให้ทำเยอะมากเลยนะวัน ๆ นึง
แต่ก็ยังรู้สึกแบบว่า ... เปื่อย น่าเบื่อ บลา ๆ ๆ
อาจเป็นเพราะว่า อะไรหลาย ๆ อย่างมันไม่ใช่ ...
แถมช่วงนี้ทำอะไรก็ดูติด ๆ ขัด ๆ ยังไงไม่รู้
ไม่ค่อยเหมือนแต่ก่อนเลย ที่คิดหรือทำอะไรแล้วผ่านฉลุย
ทำไมน้อ ..... สองสามนี้วันฟ้าที่ปักกิ่งออกจะสดใส
แต่ชีวิตกลับมัว ๆ ขัดแย้งกับฟ้ามั่ก ๆ
เอาวะ ....... ชีวิตก็แบบนี้หนิ เด่วมันก็ดีขึ้นเอง
เพี๊ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!
April 01 เรื่องสมมุติ"สมมุติว่า ... เราจะทำอะไรก็ได้ที่เราอยากทำ
สมมุติว่า ... เราไม่จำเป็นต้องแคร์ใครทั้งนั้น
สมมุติว่า ... เรารู้สึกไม่อยากทำอะไร ก็ไม่ทำ
สมมุติว่า ... เราไม่ต้องการเป็นที่พึ่งให้ใครอีกต่อไป
สมมุติว่า ... เราอยากทำเหมือนที่คนอื่นทำกับเราบ้าง
อย่างนั้น ... เราคงต้องอยู่คนเดียวในโลกนี้แล้วแหละ
อ่านแล้วไม่ต้องตกใจ คิดว่าเราเป็นไรไป
คือ ... ไม่ได้เป็นไร
มันเป็นแค่ความคิดแว๊บ ๆ ๆ ๆ (ที่แว๊บมาบ่อย ๆ )
แต่เมื่อมีความคิดแว๊บ ๆ แบบนี้มา
มันก็จะมีอีกความคิดนึงแว๊บขึ้นมารวดเร็วพอ ๆ กับความคิดนี้
ว่า ... "แกเป็นแบบที่แกเป็นนี่แหละดีแล้ว"
เพราะอย่างน้อย เราก็คงไม่ชอบเป็นแบบอื่น
นอกจาก "การเป็นตัวเอง" อีกแล้ว
อีกอย่าง เราเป็นคนเรื่องมากเกินกว่าจะให้ใครทำอะไรให้ได้
ปัญหาชีวิตก็น้อยกว่าคนอื่น แล้วจะไปปรึกษาอะไรใครทำไม
แถมใจร้อนบวกขี้รำคาญอีก ครบสูตรเลย ฮ่า ๆ
แต่คนเรามันต้องมีอารมณ์นี้มั่งแหละ ใช่ม๊า ...
. . . . . . อารมณ์เบื่อสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่
แล้วก็รู้ด้วยนะว่า ปัญหาที่เป็นอยู่ต้องแก้ตรงไหน
แต่ก็ทำไม่ได้ซักที เหนื่อยกับตัวเองจิง ๆ
งี๊แหละ ... เป็นงี๊มา 22 จะ 23 ปีแล้ว นี่หว่า
แต่ถ้ายังแก้นิสัยตัวเองไม่ได้แบบนี้
ก็ต้องเจอปัญหาเดิม ๆ ไปเรื่อย ๆ (เหนื่อยก็พัก) ต่อไป ^O^
March 19 ฝันร้ายสืบเนื่องจากเมื่อคืนดูหนังเรื่อง"คนเล่นของ"
ไม่ว่าจะล้างตายังไงก็ไม่สำเร็จ เลยฝันร้ายเลย
ในฝันเป็นงงมาก ฝันว่ามีสงคราม
ประมาณสงครามโลกเลยก็ว่าได้
แต่แอบมีอารมณ์เผด็จการนิด ๆ
แบบว่า ทหารจะมาจับทุกคนไปฆ่า
เราก็อยู่ที่บ้านกันปิดบ้านปิดไฟมิดชิด
แต่ความรู้สึกมันคือ [รอความตาย]
เพราะคงไม่มีใครรอดไปได้อยู่ดี
ถึงมันเป็นแค่ฝัน แต่รู้สึกได้จิง ๆ
ได้รู้ว่าถ้าเราต้องเผชิญหน้ากับการรอความตาย
พร้อมกับครอบครัว คนที่เรารัก มันรู้สึกแบบไหน
ถ้าเรารู้อยู่เต็มอกว่าเราและคนที่อยู่ตรงหน้าเรา
กำลังจะจากกันไปแบบไม่มีวันกลับในไม่ช้านี้
ความรู้สึกแบบนั่นมันทรมานมาก
ถึงได้มีคำถามมาถามกันบ่อย ๆ ว่า
"วันนี้คุณบอกรักคนที่คุณรักแล้วหรือยัง??"
p.S. ในฝันมีโหมดแอบฮา
เพราะพวกทหารเอาศพไปย่างทำลูกกรอกเหมือนในหนังเลย
แล้วคุณหญิงแม่ดิชั้นก็ได้ออกทีวีในฐานะเด็กแนว
ต่อสู้เพื่อประชาชนทุกคน เฮ้อ .... ในฝันยังแนวเลยแม่เรา ฮ่า ๆ
March 17 ช่วงชีวิต .... เหนื่อย"มันกลับมาอีกแล้วช่วงชีวิตเหนื่อยมากมายแบบนี้
ตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมาชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
จากชีวิตเด็กเปื่อย อยู่เรื่อย ๆ ไปวัน ๆ
ต้องกลับมาเป็นผู้ใหญ่ alert* มากถึงมากที่สุด
เพราะน้องในความรับผิดชอบเดินทางมาถึงแล้ว
วันพุธพาน้องไปลงทะเบียน ทำเรื่องนู่นนี่
พฤหัส ... ก็ยัง still อยู่ในโหมดดูแลเด็ก
แล้วสังสรรค์ประจำสัปดาห์ไปด้วยในตัว
พอถึงวันศุกร์ยังอุตส่าห์คำนึงถึงสุขภาพไปฟิตเนส
แล้วปั่นจักรยานไปตลาดจ่ายกับข้าว
แล้วสารอะดีนาลีนก็ไม่หยุดหลั่ง
กลับมาฟืตจัด เตรียมกับข้าวไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนวันนี้
ผลลัพธ์คือ .... เหนื่อยมาก แล้วก็ปวดทั้งตัวเลย !!!
เฮ้อ ...................... เหนื่อย !!!!!
March 01 anniversary*วันนี้แล้วสินะ ครบหนึ่งปีที่เรามาอยู่ที่นี่
เวลามันผ่านไปเร็วยิ่งกว่าโกหกอีกนะเนี่ย
1 มีนาคมปีที่แล้วยังร้องไห้น้ำตาแทบจะท่วมดอนเมืองอยู่เลย
จนตอนนี้เค้าเปลี่ยนไปใช้สุวรรณภูมิซะละ
เวลาปีนึงมันเปลี่ยนอะไร ๆ ได้มากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
เราไม่เคยสังเกตุมันเองหรือว่ายังไงกันแน่
ปีนึงผ่านไปเราอยู่ที่นี่จนเหมือนบ้าน
กลับมาครั้งนี้ก็เคยชินกับที่นี่ไปซะละ
ความรู้สึกคิดถึงบ้านน้อยลงไปเยอะ
เพราะยอมรับความจริงได้แล้วว่า
ยังไง ก็ต้องอยู่ที่นี่อีกปีกว่า
อีกอย่าง เพื่อน ๆ ก็มีชีวิตของตัวเองกันหมดแล้ว
ทำไงได้หละ เรายังมีชีวิตของเราเลย
ไม่เคยคิดว่า วันนึงจะต้องมานั่งรู้สึกแบบนี้
แต่ก็เป็นไปแล้ว .................
ก็เลยต้องอยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้น
แล้วปัจจุบันของเราก็ยังคงเฮฮาปาจิงโกะ
ไม่ค่อยแตกต่างจากมหาลัยซักเท่าไหร่
ออกจะมากกว่าตอนอยู่มหาลัยด้วยซ้ำไป
ไม่อยากจะคิดเลยว่า ตอนจบป.โทที่นี่
ก็จะต้องมีเรื่องให้พีค* เหมือนตอนจบป.ตรีอีกแล้วหรือนี่
แต่ก็นะ ... คิดซะว่าตัวเองยังโชคดีแล้วกัน
ที่ยังมีเรื่องดี ๆ ให้คิดถึงเยอะแยะ
การรู้จักใครซักคนแล้วรู้สึกดี ๆ ด้วยเนี่ยมันยาก
แล้วก็น่าประหลาดมากกก ที่เรามีคนแบบนั้นเยอะแยะเลย
คิดถึงเพื่อนดู๊ดทุกคนนะ(เห็นไอแป้งเขียนเลยอยากเขียนมั่ง ฮ่า ๆ )
February 21 คำตอบ*ไม่ได้มาอัพนานมากถึงมากที่สุด มีเรื่องเยอะแยะตั้งแต่กลับมาที่นี่
จนอีก 2 วันจะกลับปักกิ่งอยู่แล้ว เพิ่งมีเวลามาอัพนี่แหละ
กลับมารอบนี้ ชีวิตและความคิดเปลี่ยนไปมากมายอีกแล้ว
จากคนที่ตะลอน ๆ ๆ ๆ ไปกับเพื่อนโดยไม่สนใจอะไร
กลับกลายมาเป็นคนไม่ว่าง ต้องทำงานที่บ้านเกือบทุกวัน
เวลาที่เหลือ คือ นอน นอน นอน นอน นอน และ นอน
เพราะเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าตอนเป็นพี่เชียร์อีก
เพราะตอนเป็นพี่เชียร์มันไม่คิดอะไรมาก แม้จะมีแอบเครียดบ้าง
แต่นี่ "ชีวิตจริง" ต้องใช้สมองกับชีวิตแต่ละวัน
และด้วยเหตุนี้เลยก่อเกิดความไม่เข้าใจขึ้นมากมาย
ว่าทำไมอยู่ดี ๆ คนที่คิดอยากจะไปไหนก็ไปอย่างเรา
ต้องกลายมาเป็นคนมีหน้าที่ (ทั้งที่มันควรจะเป็นมานานแล้ว)
ก็นะ ไม่เป็นไร ใครไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ก็เลือกอยู่กับคนที่เข้าใจเราดีกว่า
ตอนนี้ยังจัดของไม่เสร็จเลย ได้แต่โยน ๆ ใส่ไว้ในกระเป๋า
ง่าย ๆ คือ "ขี้เกียจ" มาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ถึงมากที่สุด
อยากจะนอนดูหนัง อ่านหนังสือที่โซฟา ไม่อยากลุกไปไหน
โปรดสังเกตุ ถ้าไม่ช่วยแม่ ความขี้เกียจได้ว่ามันมีมากจนถึงขั้นเทพแล้ว
....................................
อ่อ .... กลับมารอบนี้ไม่เสียหลาย ได้อะไรมากมายจริง ๆ
น้อยที่สุด เราได้คำตอบให้ชีวิต ที่เคยถามตัวเองไว้ต้นเทอมที่แล้ว
ว่า "อยากเห็นตัวเองเป็นอะไรในอนาคต"
ตอนนี้ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว ชีวิตเลยกลับมามีจุดมุ่งหมายอีกที
หลังจากใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ มาเกือบ 1 ปีเต็ม
ขอบคุณ อ.ประสิทธิ์ ที่ถามคำถามนี้กับหนูในวันนั้นค่ะ
ต่อไปนี้พยายามไม่เพ้อถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้ว
หรือพยายามจะเอามันคืนกลับมา
จะพยายามเดินไปข้างหน้า และอยู่กับปัจจุบัน
ทุกอย่างมันต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นสิเนอะ ^o^
|
|
|